สถาปนิกมืออาชีพ ค่าออกแบบไม่แพง

10 ทริคจากสถาปนิกระดับโลกขยายบ้านไซด์เอสให้เป็นแอล

ใครบอกบ้านเล็กต้องอึดอัด? เผย 10 ทริคขยายบ้านไซส์เอส S ให้โปร่งโล่งระดับไซส์แอลจากสถาปนิกระดับโลก L!

บอกว่าบ้านเล็กแล้วต้องอยู่แบบอึดอัดเสมอไป? จริงๆ แล้วสถาปนิกตัวท็อปทั่วโลกเขาชอบท้าทายตัวเองกับ “พื้นที่จำกัด” มากเลยนะ เพราะมันเป็นจังหวะที่พวกเขาจะได้งัดไม้เด็ดและกึ๋นออกมาโชว์แบบจัดเต็ม

วันนี้ผมเลยไปแอบจด “10 ไอเดียลับจากเหล่าสถาปนิก ที่จะช่วยเปลี่ยนบ้านพื้นที่น้อย หรือคอนโดไซส์กะทัดรัด ให้ดูโปร่ง กว้าง และอยู่สบายจนลืมไปเลยว่าพื้นที่จริงมีกี่ตารางเมตร มาดูกันครับ!

1. ใช้ “Double Space” (ดันเพดานสูงช่วยชีวิต)

double space ดันเพดานสูง

แทนที่จะซอยชั้นให้เพดานเตี้ยเท่ากันหมด สถาปนิกมักจะยอมเสียสละพื้นที่ชั้นบนบางส่วน แล้วเจาะเพดานให้สูงทะลุโล่งขึ้นไป (เหมือนห้องสไตล์ Loft หรือ Duplex)

      • ทำไมถึงเวิร์ก: ความสูงในแนวตั้งจะช่วยหลอกสายตาเราให้รู้สึกว่าบ้านกว้างขึ้นเยอะมาก อากาศถ่ายเทดี ลมวิ่งผ่านสะดวก แถมยังอัปลุคบ้านให้ดูหรูหราขึ้นทันตาเห็นเลยล่ะ

    2. สถาปนิกแนะนำให้เปิดหน้าต่างกระจกบานใหญ่… ดึงโลกข้างนอกเข้ามา

    หน้าต่างกระจกบานใหญ่

    การใช้หน้าต่างกระจกบานใหญ่ หรือประตูกระจกที่สูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน คือหัวใจสำคัญของการทำบ้านเล็ก

        • ทำไมถึงเวิร์ก: มันคือการทำลายขอบเขตของผนังปูนทึบๆ ครับ แสงธรรมชาติจะส่องเข้ามาเต็มที่ และทำให้สายตาของเรามองทะลุออกไปได้ไกลกว่าเดิม บ้านเลยดูไม่ตัน ไม่รู้สึกเหมือนโดนขัง

      3. ผนังแบบ “Multi-Function” (กำแพงไม่ได้มีไว้กั้นอย่างเดียว)

      ผนังแบบมัลติฟังชั่น

      สถาปนิกสายมินิมอลเขาเกลียดการตั้งตู้เยอะๆ ให้เกะกะ สายตาครับ เขาเลยนิยมเปลี่ยนผนังบ้านให้กลายเป็นตู้เก็บของ ขุดช่องทำชั้นวางหนังสือ หรือซ่อนโต๊ะพับได้เอาไว้ในผนังซะเลย

      ผนังแบบมัลติฟังชั่นซ่อนด้านใน

          • ทำไมถึงเวิร์ก: ประหยัดพื้นที่ในการวางเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวไปได้โข ทำให้บ้านดูเรียบเนียน สะอาดตา และเก็บของรกๆ ซ่อนไปจากสายตาได้เนียนกริบ

        4. Pocket Garden (ยกสวนจิ๋วมาไว้กลางบ้าน)

        สวนจิ๋วกลางบ้าน

        ถ้าพื้นที่รอบบ้านมันแคบจนจัดสวนไม่ได้ สถาปนิกหัวใสจะเจาะช่องเปิดโล่ง (Courtyard) เอาสวนจิ๋วมาตั้งไว้ใจกลางบ้านมันซะเลย!

            • ทำไมถึงเวิร์ก: สวนกลางบ้านจะทำหน้าที่ดึงแสงแดดและลมธรรมชาติเข้าสู่ใจกลางอาคาร ทำให้บ้านทรงแคบและลึกดูสว่าง สดชื่น และไม่อับทึบอย่างเหลือเชื่อ

          5. เลือกเฟอร์นิเจอร์แบบ “โปร่งใส” หรือ “ขาเพรียว”

          เฟอร์นิเจอร์ขาเพรียวโปร่ง

          หลีกเลี่ยงโซฟาหรือโต๊ะตัวหนาเตอะ ดำทึบ และปิดพรมจนมิดพื้น ลองเปลี่ยนมาใช้เก้าอี้อะคริลิกใส โต๊ะท็อปกระจก หรือโซฟาที่มีขาเหล็กเพรียวบางยกตัวสูงจากพื้น

              • ทำไมถึงเวิร์ก: จิตวิทยาของสายตาคนเราคือ ยิ่งเห็นพื้นที่พื้นบ้านมากเท่าไหร่ จะยิ่งรู้สึกว่าห้องกว้างขึ้นเท่านั้น เฟอร์นิเจอร์ขาเรียวจะช่วยให้แสงและสายตามองทะลุผ่านไปได้นั่นเอง

            6. ซ่อนสายตาด้วย “ประตูลับบานเลื่อน” (Pocket Door)

            ประตูลับบานเลื่อนpocket door

            ลืมประตูบานพับแบบเดิมๆ ที่เวลาเปิดทีต้องเหลือพื้นที่วงสวิงให้มันไปได้เลย เปลี่ยนมาใช้ประตูบานเลื่อนที่เวลาเปิดแล้วสไลด์เข้าไปซ่อนอยู่ในผนังปูนดีกว่า

                • ทำไมถึงเวิร์ก: ช่วยเซฟพื้นที่หน้าบานประตูไปได้เต็มๆ และเวลาที่เราเปิดประตูทิ้งไว้ ห้องสองห้องจะเชื่อมต่อกันเนียนๆ กลายเป็นห้องใหญ่ห้องเดียวทันที

              7. คุมโทนสี “Monochrome” หรือสีสว่างเข้าไว้

              สีโมโนโครม

              กฎเหล็กของสถาปนิกในการโกงพื้นที่คือ การเลือกใช้สีขาว ครีม เทาอ่อน หรือเบจ เป็นสีเบสหลักของบ้าน (ประมาณ 80%) แล้วค่อยใช้สีเข้มตัดไฮไลท์แค่บางจุด

                  • ทำไมถึงเวิร์ก: สีอ่อนช่วยสะท้อนแสงได้ดีที่สุด ทำให้ห้องดูไบร์ท สว่าง และช่วยพรางตาให้ขอบผนังดูลอยห่างออกไป ผิดกับสีมืดๆ ที่จะดูดแสงและทำให้ห้องดูแคบลง

                8. บันไดลอยได้ล่อสายตา (Floating Stairs)

                บันไดลอยได้

                ถ้าบ้านมีสองชั้น บันไดทึบๆ ใต้บันไดมืดๆ คือตัวการทำบ้านอึดอัด สถาปนิกเลยมักใช้บันไดโปร่งๆ ไม่มีลูกตั้ง (มองทะลุข้ามขั้นได้) หรือบันไดโครงเหล็กเท่ๆ

                    • ทำไมถึงเวิร์ก: เพราะมันไม่ขวางทางสายตา แสงสว่างส่องผ่านทะลุได้สะดวก เปลี่ยนมุมมืดอับทึบใต้บันไดให้กลายเป็นมุมโชว์งานดีไซน์เก๋ๆ ได้อีกต่างหาก

                  9. ติด “กระจกเงา” ในมุมที่ใช่ (ห้ามติดมั่วซั่ว!)

                  การใช้กระจกเงาช่วยขยายห้อง ไม่ใช่การประโคมติดไปทั่วจนเวียนหัวเหมือนห้องซ้อมเต้นนะครับ แต่สถาปนิกจะเลือกติดเฉพาะในมุมอับ จุดหักศอก หรือสุดทางเดินแคบๆ

                      • ทำไมถึงเวิร์ก: กระจกเงาจะช่วยสร้าง “ภาพลวงตา” เพิ่มมิติความลึกให้กับพื้นที่ตันๆ ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เหมือนมีห้องงอกเพิ่มขึ้นมาอีกห้องเลยล่ะ

                    10. จัดแสงไฟ (Lighting Design) ให้มีเลเยอร์ซับซ้อน

                    บ้านเล็กส่วนใหญ่ชอบตกม้าตายด้วยการใช้ไฟซาลาเปาดวงเดียวแปะกลางห้อง ซึ่งทำให้ห้องดูแบนและแคบ สถาปนิกจะเลือกใช้ไฟซ่อน (Indirect Light) ตามร่องฝ้า ใต้ตู้ หรือไฟกิ่งส่องผนังแทน

                        • ทำไมถึงเวิร์ก: การสร้างมิติของแสงและเงา มีมุมมืดมุมสว่างที่พอดี จะช่วยหลอกสายตาให้ห้องดูมีมิติ มีความลึก และดู “กว้างขึ้น” เพราะสายตาเราจะจดจำระยะจากแสงไฟนั่นเองครับ

                      💡ข้อคิดทิ้งท้ายจากสถาปนิก: “บ้านจะน่าอยู่และโปร่งสบายหรือไม่…ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามันกว้างกี่ตารางเมตร แต่อยู่ที่ว่าเราจัดการกับแสง ลม และพื้นที่ที่มีอยู่อย่างฉลาดแค่วันนี้ต่างหาก”ใครอยู่บ้านไซส์Sลองเอาทริคเหล่านี้ไปปรับใช้ดูนะครับ!

                      Scroll to Top