ถ้าคุณตัดสินใจแล้วว่าจะสร้างบ้าน ขยายออฟฟิศ หรือรีโนเวทร้านค้า และตกลงใจว่าจะจ้างสถาปนิกแน่ๆ (ไม่พึ่งแบบบ้านสำเร็จรูปตามเน็ต) คำถามต่อมาคือ “แล้วเราต้องเริ่มยังไงก่อน? ต้องเดินไปบอกเขาแบบไหนถึงจะไม่เด๋อ?”
การทำงานกับสถาปนิกไม่ใช่แค่การเดินไปสั่งข้าวผัดปูกล่องนึงแล้วรอจ่ายเงินนะครับ แต่มันคือ “มหากาพย์การร่วมมือกัน” ยาวหลายเดือน ดังนั้น เพื่อให้งานราบรื่น เงินไม่บานปลาย และไม่ผิดใจกันกลางทาง นี่คือ “4 ขั้นตอนสเต็ปเทพ“ ในการดีลกับสถาปนิกให้ได้บ้านตรงปกที่สุดครับ
ส่องสเต็ปการทำงาน: เดินเกมยังไงให้ได้บ้านในฝัน
11. เตรียมบรีฟ และ คัดเกรดตัวเต็ง:สเต็ปทำการบ้านของตัวเราเอง
ก่อนจะโทรหาใคร ลิสต์ความต้องการของตัวเองออกมาก่อนครับ เช่น งบรวมเท่าไหร่ (บอกตัวเลขจริง อย่ากั๊ก), มีกี่ห้องนอน, ชอบสไตล์ไหน (เซฟรูปเก็บไว้เลย)
จากนั้นกางพอร์ตโฟลิโอสถาปนิกที่คุณเล็งไว้ เลือกมาซัก 2-3 เจ้าที่ “สไตล์ตรงใจ“ แล้วทักไปคุยเบื้องต้น เพื่อดูว่าแนวคิดเขาเป็นยังไง คุยภาษาเดียวกันรู้เรื่องไหม และค่าแบบอยู่ในงบที่เราสู้ไหวหรือเปล่า
22. ตกลงขอบเขตงาน และ เซ็นสัญญา (ห้ามข้าม!):สเต็ปเคลียร์ใจเรื่องเงินๆ ทองๆ
เมื่อเลือกคนที่ “เคมีตรงกัน” ได้แล้ว สถาปนิกจะส่งใบเสนอราคามาให้ ในนั้นจะระบุชัดเจนว่าเขาจะทำอะไรให้บ้าง (เช่น ได้ภาพ 3D กี่รูป, แก้แบบได้กี่ครั้ง, รวมเซ็นแบบยื่นขออนุญาตเขตไหม)
ถ้าตกลงกันลงตัว ก็จ่ายเงินมัดจำงวดแรกและ “เซ็นสัญญา“

ทันทีครับ จำไว้ว่าห้ามให้เขาเริ่มวาดแบบโดยไม่มีสัญญาเด็ดขาด เพราะถ้าไอเดียไม่ตรงกันทีหลัง จะเคลียร์เรื่องเงินยากมาก
33. ลุยด่านพัฒนาแบบ (จากภาพจำลอง สู่พิมพ์เขียว):สเต็ปแก้แล้วแก้อีกเพื่อให้เป๊ะที่สุด

ขั้นตอนนี้สนุกที่สุดและปวดหัวที่สุดครับ สถาปนิกจะส่งแบบร่างแรก (Layout) มาให้ดูก่อนว่าการจัดวางห้องโอเคไหม พอเราเคาะ เขาก็จะไปทำภาพ 3D เสมือนจริงมาให้เห็นแสงเงา สีสัน วัสดุ
หน้าที่ของคุณคือ “ตรวจให้ละเอียดและบอกสิ่งที่ชอบ/ไม่ชอบตรงๆ“ เมื่อภาพ 3D นิ่งแล้ว สถาปนิกถึงจะเอาไปทำ “แบบก่อสร้าง” (พิมพ์เขียวปึกหนาๆ) พร้อมใบ BOQ (ใบประเมินราคากลาง)

เพื่อเอาไปใช้ยื่นกู้ แบงก์ ยื่นขออนุญาตเขต และส่งให้ผู้รับเหมาตีราคา
44. คัดเลือกผู้รับเหมา และ คุมงานหน้างาน:สเต็ปเปลี่ยนจากกระดาษให้กลายเป็นตึกจริง
พอได้แบบก่อสร้างมาแล้ว สถาปนิกที่ดีจะช่วยเราดูว่า ผู้รับเหมาเจ้าไหนเสนอราคามาสมเหตุสมผล ไม่โก่งราคาวัสดุ
และเมื่อเริ่มตอกเสาเข็ม สถาปนิก (หรือทีมของเขา) จะมีหน้าที่ “เข้าตรวจหน้างานเป็นระยะ“ ตามที่ตกลงกันในสัญญา เพื่อไปดูว่าช่างทำตรงตามแบบไหม วัสดุตรงปกรึเปล่า คอยช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อให้บ้านเสร็จออกมาหล่อเท่เหมือนในคอมพิวเตอร์เป๊ะๆ
ข้อคิดคนกันเอง:
การจ้างสถาปนิกไม่ใช่การเสียเงินเพิ่ม แต่คือการ“ซื้อประกัน“ไม่ให้บ้านพัง งบไม่บานปลาย และไม่ต้องมานั่งปวดหัวทะเลาะกับช่างก่อสร้างทีหลัง…ลงทุนกับขั้นตอนเหล่านี้ให้เป๊ะ แล้วชีวิตการสร้างบ้านของคุณจะมีความสุขขึ้นเยอะครับ!